มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

ลูเจีย

สนาม: ชีวิตจีน

บทนำ: จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท...

ยูคาว่าโกะ

สนาม: ผ่านอย่างรวดเร็ว

บทนำ: บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย

666 เกม 1️⃣2021
bo4 | <动态当天时间> | อ่าน(848) | แสดงความคิดเห็น(690)
จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท【อ่านข้อความเต็ม】
ont | <动态当天时间> | อ่าน(540) | แสดงความคิดเห็น(257)
ลุ้นคลายล็อก6ข้อ คสชนัดถกอังคารนี้ วิษณุ ปัดเอื้อ2รมตไปพลังประชารัฐ 28 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
le6 | <动态当天时间> | อ่าน(778) | แสดงความคิดเห็น(223)
เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน 【อ่านข้อความเต็ม】
krq | <动态当天时间> | อ่าน(158) | แสดงความคิดเห็น(668)
จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท【อ่านข้อความเต็ม】
v6c | <动态当天时间> | อ่าน(184) | แสดงความคิดเห็น(171)
หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
wlv | 2021-09-23 | อ่าน(454) | แสดงความคิดเห็น(481)
ปิดจ๊อบล่าชื่อผู้พิพากษาถอดถอน กต ทะลุ 1,787 รายชื่อ สืบพงษ์ ขอบคุณจากใจ จ่อยื่นเลขาฯ ศาล 28 สคนี้ ลั่นเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ ไม่ยอมให้ กตละเมิดต่อกฎหมายและจริยธรรมอันดีซึ่งยึดถือปฏิบัติมายาวนาน ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถแจ้งวัฒนะ วันที่ 27 สิงหาคม ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 15/2561 ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ วาระ 1 ตุลาคม 2561 ดังนี้ บัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 4 เพิ่มเติม) โดยมีชั้น 4 สับเปลี่ยนตําแหน่ง 2 คน และเลื่อนชั้น 3 เป็นชั้น 4 และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง 6 คน รวมถึงเห็นชอบในการแต่งตั้งที่ปรึกษาในศาลอุทธรณ์จำนวน 2 คน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำนวน 1 คน, ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 คน และศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำนวน 1 คน ในปีงบประมาณ พศ2562 นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 68 ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาประจําศาล ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 (เพิ่มเติม) จํานวน 3 คน มีรายงานว่าที่ประชุมยังไม่มีการหยิบยกเรื่องการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบวินัย กตศาลฎีกาที่มีการถูกร้องเรียนไปยังนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน กตเกี่ยวกับเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมในห้องพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในพื้นที่ภาค 2 ขึ้นมาพูดคุยกันในที่ประชุม กตแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าถึงกรณีที่นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันอังคารที่ 28 สคนี้ เวลา 0900 น ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ว่า ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการนับยอดหนังสือตอบรับ พบว่ามีหนังสือตอบรับจากผู้พิพากษาทั่วประเทศผ่านผู้ประสานงานและได้รับหนังสือโดยตรงกลับมายังนายสืบพงษ์จำนวน 1,787 รายชื่อ โดยในวันที่ 28 สคนี้ ผู้แทนในการเข้าชื่อถอดถอน กต 3 คน ซึ่งนำโดยนายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหนังสือการเข้าชื่อของผู้พิพากษาที่รวบรวมได้ทั้งหมดต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายสืบพงษ์ได้ออกหนังสือขอบคุณลงในแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปยังกลุ่มไลน์ผู้พิพากษา โดยมีเนื้อหาว่า ขอบคุณจากใจ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านผู้พิพากษาทุกท่านที่ส่งหนังสือเข้าชื่อถอดถอน กตผู้ทรงคุณวุฒิออกจากตำแหน่งมาให้กระผมอย่างพร้อมเพรียงกัน จนบัดนี้นับได้ 1,787 รายชื่อ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งในสามของผู้พิพากษาทั้งหมด ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของผู้พิพากษาทุกท่านที่ร่วมกันทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ผู้พิพากษาสามารถควบคุมดูแลกันเองได้ และไม่ยอมให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กตละเมิดต่อกฎหมาย ระเบียบวินัยและจริยธรรมอันดีของผู้พิพากษาซึ่งยึดถือปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนาน กระผมและคณะผู้เข้าชื่อจะนำคำร้องขอถอดถอนพร้อมรายชื่อทั้งหมดนี้เสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในวันที่ 28 สิงหาคม ศกนี้ หลังจากนี้สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ประชาคมผู้พิพากษาได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริง และพิจารณาว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกร้องนั้นสมควรจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีลับต่อไป ขอท่านทั้งหลายโปรดร่วมกันใช้สิทธิโดยชอบธรรมนี้ช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันศาลยุติธรรม อย่าให้ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในจริยธรรมอันดีสร้างความมัวหมองให้แก่ศาลยุติธรรมต่อไป นายสืบพงษ์ระบุ【อ่านข้อความเต็ม】
6xt | 2021-09-23 | อ่าน(922) | แสดงความคิดเห็น(708)
ถึงจะปลดล็อก-ไม่ปลดล็อกแต่ช่วงระหว่างนี้ บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ก็น่าจะเริ่มขยับเขยื้อน เคลื่อนไหว กันมั่งแล้ว คงไม่มีใครคิดจะสตัฟฟ์ตัวเอง ดองตัวเองเอาไว้ในขวดโหลอยู่แล้วแน่ๆ แม้จะขยาด ครั่นคร้าม ต่อฤทธิ์เดชของสากกะเบือ อย่างมาตราฉี่ฉิบฉี่ ในระดับไหน เพียงใด ก็ตาม【อ่านข้อความเต็ม】
rn6 | 2021-09-23 | อ่าน(666) | แสดงความคิดเห็น(681)
หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
nyf | 2021-09-23 | อ่าน(801) | แสดงความคิดเห็น(299)
กกยูเอ็นเรียกร้องดำเนินคดี ผบสสพม่า ฐานล้างเผ่าพันธุ์ 27 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 21:25 น คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็นเรียกร้องให้พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบสสของพม่าลาออกจากตำแหน่ง และให้นำตัวนายพลผู้นี้พร้อมกับนายทหารอีก 5 นายของพม่า ดำเนินคดีในศาลระหว่างประเทศในความผิดฐานล้างเผ่าพันธุ์, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะเฟซบุ๊กสั่งแบน 20 แอคเคาต์ซึ่งรวมถึงของนายพลผู้นี้ด้วย【อ่านข้อความเต็ม】
u7a | 2021-09-22 | อ่าน(348) | แสดงความคิดเห็น(492)
จับน้องชาย กานต์ เมียเก่าเสก โลโซ ค้ายาเสพติด ด้านปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 รวบเจ้าของร้านยางรถยนต์เครือข่าย มันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้าน เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 27 สิงหาคมนี้ พตอธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบกอกบชปส พตอบุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก1 บกปส1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก1 บกปส1 ร่วมกันจับกุมตัวนายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์ หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนประชาราษฎร์ ตตลาดขวัญ อเมือง จนนทบุรี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากร หรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยานายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ นักร้องนักดนตรีชื่อดัง ด้านพลตตสุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบกปส1 บชปส เปิดเผยว่า การจับกุมนายเดชอุดม สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีคที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากนายไพฑูรย์ กล่อมเกลี้ยง อายุ 35 ปี ที่ย่านซอยนวลจันทร์ และจับกุมนายไพฑูรย์ พร้อมของกลางไอซ์ 12 กรัม และยาบ้า 5 เม็ด จากการสอบปากคำ นายไพทูรย์ได้ให้การซัดทอดว่านายเดชอุดมเป็นคนขับรถพามาส่งยา แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมนายเดชอุดมได้ในที่สุด ภายหลังการจับกุม นายเดชอุดม นางวิภากร หรือกานต์ ได้ออกมาโพสต์ทางสื่อออนไลน์ ระบุว่า จะดีจะชั่วก็น้อง ใครผิดก็ว่าตามผิด รับได้ทุกอย่าง หนักกว่านี้ก็เจอมาหมดแล้ว พร้อมเหน็บใครบางคนว่า ไอ้ที่ไม่เกี่ยวมาเย้ยหยัน อย่าลืมว่าน้องชายคนเล็กก็หนีตำรวจอยู่ เสพจนบ้า ไปซ่อนตัวที่ไหน จะให้แจ้งเบาะแสไหม วันเดียวกัน พลตทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สั่งการให้เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 บุกจับผู้ต้องหารับฟอกเงินให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียในการติดต่อจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายผู้ค้ารายย่อย หลังพบมีการทำธุรกรรมการเงินสูงผิดปกติ จุดแรก เจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตบางเตย อสามพราน จนครปฐม พบภรรยานายรุ่งโรจน์ จิรัฐติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาที่รับฟอกเงินให้เครือข่าย มันทุกเม็ด ส่วนจุดที่สอง คือโรงงานบริษัท ปรุ่งโรจน์สยามยางยนต์ จำกัด ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร จับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมควบคุมตัวพนักงานบริษัทไว้สอบสวน เบื้องต้นนายรุ่งโรจน์ อ้างว่าบริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ตนเองมีรายได้จากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล ต่อมา พลตทสมหมายพร้อมด้วย พลตตสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบชทท ได้ตรวจเยี่ยมสรุปผลการเข้าตรวจค้นหาหลักฐานการฟอกเงินและจับกุมนายรุ่งโรจน์ พร้อมเปิดเผยว่า ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 2 เป้าหมายที่เข้าตรวจค้น มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงินให้เครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม มันทุกเม็ด โดยเงินจากการค้ายาเสพติด ถูกนำมาลงทุนซื้อสินค้ายางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาถูก จนพบมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงผิดปกติ ส่วนที่ให้การปฏิเสธถือเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฟอกเงินจริง สำหรับเครือข่ายกลุ่มมันทุกเม็ด เป็นกลุ่มที่รับยาเสพติดจากกลุ่มของนายวีระ หมื่นจะดา ลูกเขยของ พลอจะลอโบ ผู้นำกลุ่มว้า โดยผู้ต้องหากลุ่มนี้มีการจำหน่ายยาเสพติดและสร้างเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านการใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เพื่อชักจูงกลุ่มวัยรุ่น พบมีฐานเครือข่ายใน 30 จังหวัด มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงถึงกันมากกว่าหมื่นบัญชี ส่วนลักษณะที่พบมีการชักจูงใจ เช่น มีการแจกยาเสพติดฟรีให้กับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ และให้รางวัลกับผู้ที่ขยายเครือข่ายยาเสพติดได้ ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 เริ่มตั้งแต่ 25 สคโดยมีเป้าหมายตรวจค้นรวม 141 จุดทั่วประเทศ มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 คน คาดว่าผลจากการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดรวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท【อ่านข้อความเต็ม】
tts | 2021-09-22 | อ่าน(767) | แสดงความคิดเห็น(94)
หลังจากกระแสข่าวประเด็นการแก้กฎหมายเพิ่มโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่นั้นเอง ดูเหมือนว่าตามสื่อต่างๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายกันออกไป แม้แต่ผู้ขับขี่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่จะไม่พกใบขับขี่จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับถึง 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทำให้ในเวลาต่อมาด้านกรมขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่ากฎหมายด้านการขนส่งทางบกฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พศ2522 ซึ่งการขอแก้ไขพระราชบัญญัติรถยนต์ พศ2522 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พศ2522 ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัย และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีโอกาสการเสียชีวิต 34% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ขับขี่ที่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ถึงสองเท่า และจากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุดเฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา พบว่ากรณีความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถในประเทศญี่ปุ่น มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน เท่ากับ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึกประวัติตลอดชีวิตด้วย สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่ปัจจุบันตาม พรบรถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พรบขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พรบจราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท, ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาต ปรับโทษสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จากเดิมตาม พรบรถยนต์ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และ พรบขนส่ง ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวบรวมข้อมูลทางวิชาการแล้ว และปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย พลตตเอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตขับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายใหม่ฉบับนี้เรียกความตื่นตัวให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หากมองในแง่ความปลอดภัยก็ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้คนที่ขับขี่รถยนต์มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ก็อย่าลืมว่าซึ่งกฎหมายใหม่นี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
7hr | 2021-09-22 | อ่าน(612) | แสดงความคิดเห็น(270)
บิ๊กตู่ กดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง โมโนเรล 2 สายแรกของไทย แก้วิกฤติจราจร กทม-ปริมณฑล สั่งคมนาคมเคลียร์ปัญหาเวนคืนที่ดิน ย้ำต้องปลอดทุจริต อาคม รับลูกนายกฯ คุมเข้มความปลอดภัย คนกรุงได้ใช้ปลายปี 64 รฟม ชงบอร์ดเคาะสายสีส้มตะวันตก 31 สคนี้ ที่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหมวดทางหลวงศรีนครินทร์ เขตบางนา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 0900 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เดินทางมาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้ถือว่าพวกเราได้มาร่วมกันสร้างบริบทให้ประเทศ ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในโครงการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุกคนทราบดีว่าปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ถือว่าหนักหนาสาหัส จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหาให้ได้ แต่ปัญหาที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง หลายเส้นทางยังติดขัดในเรื่องที่ดินของเอกชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องค่าเวนคืนซึ่งต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตอบแทนประชาชน อาทิ การแบ่งปันผลประโยชน์จะทำได้หรือไม่ ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ ทำอย่างไรให้ลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น และมีการสั่งการตรวจสอบลงไป จึงขอย้ำว่าจะต้องไม่มีการทุจริตอย่างเด็ดขาด ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ใครทั้งสิ้น การก่อสร้างต่างๆ ย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอความร่วมมือ อย่าลืมว่าคนที่อยากให้ก่อสร้างก็มี แต่ก็ยังมีคนไม่อยากให้ก่อสร้างเพราะไม่ได้ใช้งาน ก็เกิดการต่อต้าน ต้องชี้แจงให้คนทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่อย่างนั้นจะขัดแย้งกันไปมาไม่จบสิ้น ก็ฝากทุกคนช่วยทำความเข้าใจด้วย วันนี้เราต้องเสียสละและช่วยกัน รวมทั้งขอฝากผู้ประกอบการว่า ในการดำเนินโครงการต้องทำให้มีมาตรฐาน มีความรวดเร็ว แข็งแรง รวมทั้งดูแลประชาชนในเรื่องของราคาค่าบริการให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด เราต้องทำให้คนประมาณ 15 ล้านคน ที่เป็นผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการพัฒนาและมีการเจริญเติบโตขึ้น พลอประยุทธ์ระบุ อย่างไรก็ตาม ขอให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของโครงการอื่นๆ อีกมากมาย เพราะรัฐบาลไม่สามารถลงทุนทั้งหมดได้ ภาระจะเยอะ ต้องช่วยรัฐบาลระวังในเรื่องของ พรบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย น่าจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณในวงเงินสัดส่วนที่กำหนด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า วันข้างหน้าจะต้องไม่เกิดเรื่องราวที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต จากนั้นนายกฯ ทำพิธีกดปุ่มเพื่อเทคอนกรีตลงสู่ฐานราก ถือเป็นสัญลักษณ์เริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 2 สาย ก่อนเดินไปดูจุดเทคอนกรีต พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการ และกล่าวระหว่างเยี่ยมชมด้วยว่า ทุกอย่างต้องทำให้เกิดความไว้วางใจ ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมวคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าว ในส่วนของราชการดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ 100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณ ส่วนเอกชนกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้เพิ่มค่าเวนคืนที่ดินนั้น มีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ และจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย และให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียว ต่อไปคิดระยะทางตามสถานี สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจบีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บมจผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปี โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร ปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 310% (สิ้น กค61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 507% (สิ้น กค61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ส่วนการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดจะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม) กล่าวว่า รฟมเตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในวันที่ 31 สคนี้ หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียว ประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธา วงเงิน 12 แสนล้านบาท และงานวางระบบ รวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 28 กมในวันที่ 31 สคนี้เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 26 กมได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร) เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการและเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พรบ) การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมนำเสนอร่าง พรบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเสนอร่างกฎหมายต่อ ครม ทั้งนี้ คาดหวังว่าการใช้งานระบบตั๋วร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ จะเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง และสนับสนุนการลดการใช้เงินสด เพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายของภาครัฐ ขณะที่นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอีอีซี วงเงิน 215 แสนล้านบาทว่า บซิโน-ไทยฯ จะเป็นผู้ดูแลแผนงานก่อสร้างภาพรวมราว 12 แสนล้านบาท เบื้องต้นยอมรับว่าเป็นงานที่ยากเพราะมีเวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องอาจเจรจาหาตัวบริษัทซับคอนแทรกต์มาช่วยดำเนินงาน ส่วนด้านการเข้าประมูลนั้นจะจับกลุ่มพันธมิตรเดิม คือ BSR ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรรายที่ 4 แต่ต้องรอให้บอร์ดของพันธมิตรเห็นชอบเรื่องดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ซึ่งคาดว่าจะลงนามได้เร็วที่สุดต้นเดือน กย【อ่านข้อความเต็ม】
dv5 | 2021-09-22 | อ่าน(913) | แสดงความคิดเห็น(58)
โครงการนี้ออกแบบให้รองรับผู้พักอาศัย 700,000 คน มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2578 โดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คันทรีการ์เดน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง กับบริษัทที่สุลต่านรัฐยะโฮร์ถือหุ้นด้วยส่วนหนึ่ง ทำหน้าที่ก่อสร้างขึ้นบนพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร【อ่านข้อความเต็ม】
jfi | 2021-09-21 | อ่าน(648) | แสดงความคิดเห็น(412)
(ตัวอย่าง การทำพรมเช็ดเท้า กิจกรรมฟื้นฟูที่กระตุ้นผู้สูงวัยป่วยจิตเวช เห็นคุณค่าในตัวเอง)【อ่านข้อความเต็ม】
w5w | 2021-09-21 | อ่าน(921) | แสดงความคิดเห็น(288)
เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ ดรแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ หลังเปิดตัวเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรได้ไม่นาน 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-24

super slot 333 1️⃣2021| 1668 บา คา ร่า1️⃣LOOK618| mb2bet คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| zeus88 xo1️⃣M98| ฝาก 1 บาท 2021 ล่าสุด 1️⃣2021| g2win สล็อต 1️⃣2021| โหลด เเ อ พ โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| บา คา ร่า v21️⃣M98| สมัคร เล่น เกม ได้ เงิน จริง1️⃣M98| slot xo9181️⃣M98| 918kiss ท รู้ วอ เลท1️⃣LOOK618| xo slot 1681️⃣LOOK618| qq288 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี 2021 joker 1️⃣2021| slotxo ฝาก 10 บาท ฟรี 100 บาท 1️⃣2021| slot35 1️⃣2021| สล็อต หนู1️⃣M98| wm bet4441️⃣LOOK618| โหลด psthai8881️⃣M98| ทดลอง เล่น ฟรี สล็อต1️⃣LOOK618| slot fin891️⃣LOOK618| slotpg451️⃣M98| winnerbet888 1️⃣2021| dafabet เครดิต ฟรี 20211️⃣M98| joker ฝาก 1 รับ 50 1️⃣2021| แทง บอล บา คา ร่า 1️⃣2021| ฝาก 10 ได้ 50 1️⃣2021| คา สิ โน ขั้น ต่ำ 5 บาท1️⃣M98| สูตร บา ค่า ร่า fifa551️⃣M98| แอ พ สล็อต ได้ เงิน จริง apk 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี live22 1️⃣2021| xo เล่น หน้า เว็บ1️⃣LOOK618| 918 ฝาก 50 รับ 1001️⃣M98| joker เครดิต ฟรี 50 1️⃣2021| pg slot demo ซื้อ ฟรี ส ปิ น1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 50 แชร์ น้อยmfgame1669 1️⃣2021| slot joker wtf 1️⃣2021| gclub tv บา คา ร่า ออนไลน์1️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ วัน นี้ 1️⃣2021| สมัคร gclub auto net1️⃣M98| mafia500 เข้า สู่ ระบบ 1️⃣2021| 918kiss ฝาก ขั้น ต่ำ 50 บาท 1️⃣2021| ทดลอง เล่น gclub1️⃣LOOK618| allstar55king 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ วัน นี้ 1️⃣2021| live22 vip 1️⃣2021| pay69 apk 1️⃣2021| สมัคร pg 100 1️⃣2021| sa คา สิ โน เครดิต ฟรี1️⃣M98| บา คา ร่า 16888 1️⃣2021| เกมส์ สล็อต ออนไลน์ ฟรี 1️⃣2021| ทาง เข้า 198 kiss1️⃣M98| gg168 slot1️⃣LOOK618| 123 บา คา ร่า 1️⃣2021| เกม ตี ตุ่น เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| sa gaming 989 1️⃣2021| ฝาก 100 ฟรี 100 918kiss1️⃣M98| joker ยิง ปลา1️⃣M98| บา คา ร่า เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 1️⃣2021| king168 เครดิต ฟรี 500 1️⃣2021| gclub 1111 1️⃣2021| โหลด เกม xoslot1️⃣LOOK618| 981kiss auto1️⃣LOOK618| 888 supergame 1️⃣2021| joker123 ฟรี1️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด1️⃣LOOK618| holiday palace online 1️⃣2021| ssgame56 คา สิ โน 1️⃣2021| tigerii สล็อต 1️⃣2021| roar66 ยืนยัน ตัว ตน1️⃣M98| เกม ออนไลน์ ได้ ตังค์ 1️⃣2021| jdb slot เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| สล็อต คิง 991️⃣LOOK618| เข้า เล่น จี คลับ 168 1️⃣2021| สล็อต ฝาก 1 บาท ได้ 100 ล่าสุด 20201️⃣LOOK618| https slotxo vip1️⃣LOOK618| เล่น เกม บา คา ร่า ได้ เงิน จริง ไหม1️⃣M98| pg ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| 29 รับ 100 joker1️⃣M98| บา คา ร่า pretty1️⃣M98| เว็บ บา คา ร่า ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| hp888 ทาง เข้า1️⃣LOOK618| ยุ ฟ่า สล็อต 1️⃣2021| 1688game1️⃣LOOK618| คา สิ โน 777ww1️⃣LOOK618| xo โร ม่า1️⃣LOOK618| lucabet168 1️⃣2021| joker madness slot1️⃣M98| ฟรี เครดิต 300 1️⃣2021| เกม ที่ แจก เครดิต ฟรี 1️⃣2021| joker gaming2929 1️⃣2021| w88 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เว็บ สล็อต ที่ ดี ที่สุด 1️⃣2021| joker vip 999 1️⃣2021|